Hyperlife's profile                  ~ • [[...PhotosBlogListsMore Tools Help

Hyperlife .

Occupation
Location
Photo 1 of 13
More albums (45)
July 03

Chapter 25 เพื่อนตุ้ม

     ประโยคแรกก็คงต้องขอโทษท่านผู้อ่านทั้งหลายย....ยังอยู่กันไหมหว่า  Chapter 25 คลอดแล้ว.หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน.ครั้งนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะเล่าเรื่องอะไรมันๆ ขำๆ ในชีวิตผมให้ฟังเลย...ขอนึกหน่อย....อ้า!!!!นึกออกแล้วเอาเป็นเรื่อง เพื่อนสนิทผมคนนึงในกลุมก็แล้วกัน
 
 
     ตุ้ม!!!! คุณๆ เคยมีเพื่อนชื่อตุ้มไหม.ตุ้มเป็นเพื่อนผมและผมก็มีเพื่อนชื่อตุ้ม."ผมเพื่อนตุ้มนะ" เคยได้ยินไหมครับที่อุดม แต้พานิชเอามาเล่นให้ขำในเดี่ยว3.ตุ้มเพื่อนผมเป็นผู้ชายตัวกลมๆน่าตานารัก.ไม่มีแฟนแถมแดรกเหล้าแดรกเบียร์เป็นน้ำ...ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ.^^ เชื่อไหมครับ ตุ้มเป็นคนที่เมาเร็วมากๆ 2-3แก้ว หรือ 1-2 กระป๋องก็เมาแล้วครับ หน้าตาเมามากๆๆ...แต่ตุ้มเป็นคนที่เมาทนทายาทมากๆๆๆๆๆ ประมาณว่าแดรกตั้งแต่ 10 โมงจนถึงตี4ตี5ก็ยังแดรกอยู่ได้  แดรกชนิทหลับบนเก้าอี้มือถือแก้วเหล้าก็เคยมาแล้ว..ครั้งนึงผมไปเที่ยวกับมันและเพื่อนสนิทอีก2คนเป็นทั้งหมด4คนที่เกาะลันตา จ.กระบี่ มันแดรกเบียร์มากๆๆๆๆๆ จน ไปดำน้ำดูประการังกัน   มันก็ยังไม่วายยซื้อโฟมแช่เบียร์ไปด้วย...มิหนำซ้ำ...พอพักทานอาหารเที่ยงบนเกาะอะไรซักอย่างระหว่างดูประการัง มันหายยยยยไปไหนก็ไม่รู้กลับมาพร้อมเบียร์อีก10กว่ากระป๋อง ก่อนทานข้าว  พอทานเสร็จมันหายไปอีกครั้งนึงกลับมาพร้อมเบียร์อีก10กว่ากระป๋องอีก ผมหล่ะ งงจริงๆ ก่อนเรื่องจะออกจากเกาะอะไรก็ไม่รู้มุ่งหน้าตรงสู่เกาะใหม่เพื่อดูประการัง มีเด็กคนนึงในเรื่องตระโกนว่า  เดี๋ยวพี่เพื่อนหนู่ไปซื้อเบียร์กำลังมา ..อึดใจเดี๋ยวเท่านั้น เด็กหนุ่มคนนั้นก็มาถึงพร้อมบ่นว่า แมร่งเบียร์หมดเกาะเลยว่ะ 2 - 3 ร้านขายเกลียงเลยว่ะ เค้าบอกว่ามีผู้ชายอ้วนๆมาซื้อไปหมด..แค่นั้นหล่ะผมขำกลิ้งเลย...นั้นคือเรื่องที่ตุ้มไปเมาที่ลันตา.  และด้วยความที่ตุ้มคงเป็นคนขี้อายไม่กล้าจีบสาวๆ ได้แต่ใช้สายตาดู จอง จิก จก เอา.....แต่เวลาไปผับตุ้มจะเปลื่ยนไปเครับพี่น้อง....เวลาเหล้าลงคอ ตุ้มจะเข้าโหมด ตุ้ม Dark Side ....ตุ้มจะขอเบอร์สาวทุกคนที่อยู่แถวนั้นโดย Stepจะง่ายมากๆ ถือแก้วเหล้าเดินไปขอชนแล้วพูดว่า ชื่ออะไรครับ น่ารักจัง ขอเบอร์ได้ไหมครับ...แล้วมันก็ได้เบอร์มา....คืนๆนึงตุ้มสามารถทำสถิติได้เบอร์สาวๆมา15-20เบอร์ต่ำๆ  แต่พอเช้าปั๊บ ตุ้มก็จะโทรมาหาผมแล้วบ่นว่า เมื่อคืนมึงเอามือถือกูไปโทรหาใครว่ะ ตั้งเยอะตั้งแยะ......พอผมเล่าเรื่องเมื่อคืนให้มันฟังมันก็ตกใจใหญ่ว่ากูทำเหรอ...มันเลยบอกผมว่า ถ้าคราวหน้ากูทำอีกบอกกูด้วยนะ...กูอยากรู้ตัว  และตุ้มก็ทำอีกในคืนต่อไป  ที่นี้ได้มาเยอะเหมือนเดิมและสติก็ยังครับ32 แต่ พอเช้าปั๊บบบ  ตุ้มก็โทรมาหาผมแล้วพูดว่า  แมร่งกูได้เบอร์มาว่ะ แต่ไม่ได้เม็มชื่อว่ะ  มันชื่ออะไรกันบ้างว่ะ...ผมจะไปรู้ได้ไงครับ  เล่นขอซะเยอะ....5555.มีครั้งนึงมันบอกผมว่าเฮ้ยทางไปห้องน้ำสวยมากๆๆๆ  มี2คน มึงไปกับกูนะเว้ย เดี๋ยวกูขอเบอร์เอง....ผมเลยตามมันไปหวังพึ่งใบบุญมัน.....แต่ที่ไหนได้คนที่ผมเห็นเป็นกระเทยครับบบบบ...ผมบอกมันว่า เฮ้ย!!!กระเทย มันบอกว่า ญ.ดว้ยยยยแล้วมันก็เข้าไปขอเบอร์..พร้อมเดินหน้าเซ็งๆกับมาว่า  แมร่งกระเทยจริงๆว่ะ   ถ้ากูจะเมามากแล้ว  55555
 
       นั้นคือเพื่อนรักคนนึงในกลุ่ม Les amies ของผม. หวังว่า ไม่ได้เขียนนานพอกลับมาเขียน คงพอจะขำๆ กันได้นะครับบบ 
 
 
       ปล. Les amies ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าเพื่อนฝูง เพื่อนสนิทนะครับ    
May 17

Chapter 24 Find the true love Story

            ขอโทษ..เพื่อนๆและผู้อ่านเล็กน้อยนะครับ..พอดีช่วงนี้งานเยอะไปนิด เลยไม่มีเวลามาปั๊มChapterให้ได้อ่านกัน..ยังไงก็จะพยายามนึกถึงเรื่องในอดีตที่ น่าสนใจมาให้อ่านเล่นๆกัน..แล้วก็ขอบคุณทุก Commentนะครับ...เอาหล่ะเข้าเรื่องเลยดีกว่า..Chapter นี้เป็นเรื่องเล่าแซวๆกัน ของรุ่นพี่เค้าเล่าให้ฟังสมัยผมไปเรียนที่ Australia .เป็นเรื่องพี่ชายคนนึง ชื่อ พี่ Think
             พี่ Think เป็นผู้ชายที่ผอมมากๆ และ สูงมากๆคนนึง..ผมไปเจอแกครั้งแรกจำได้เลยว่าแกนอนหลับอยู่บนพรมในบ้านของพี่ถั่ว(พี่เจ้าของบ้านที่ผมไปอยู่ด้วย).ลูกคนจีนครับ มองครั้งแรกก็รู้ พี่ Think เป็นคนที่ดูเงียบๆ และเป็นคนเล่น Carsino ได้โหดคนนึงในบรรดาเด็กไทยที่ไปเรียนต่อที่นั้น....เรื่องมันมีอยู่ว่า สมัยก่อนที่พี่ Think จะไปเรียนที่ Aus พี่แกเค้าเรียนอยู่ที่ Abac แกเป็นลูกคนรวย ที่บ้านเป็น โชว์รูม ขาย Benz อยู่ ประมาณว่า พี่เค้าบ้ารถมากๆ อยากได้ Supra,Rx-7 อะไรประมาณเนี้ย แต่ที่บ้านไม่ให้ ป๋าม้าบอกว่ารถญี่ปุ่นกระจอกไม่แข็งแรง เลยจัด Benz E-Class ให้แกขับ ความที่แกรักรถมากเลยเอาไปแต่งซะ หล่อ ล้อขอบ 20" Barbus Mono-Block 3ชิ้น แค่ล้อก็หล่อแล้ว...แล้วแก่ก็เป็นลูกเศรษฐีคนนึงที่ไปเรียนที่ Abac แต่ที่น่ารักมากในความคิดผมคือ แกรักผู้หญิงคนนึง ไม่ซิ ต้องบอกว่า แอบรักเค้า เธอชื่อผึ้ง   ผึ้งเป็นผู้หญิงน่ารัก ผมยาว เรียบร้อย เด็กเรียน เรียนเสร็จก็กลับบ้านไม่ไปไหน.พี่ Think ก็ได้แต่แอบมอง แอบส่งดอกไม้ให้บ้าง(ฝากคนอื่นไปให้) พี่Thinkชอบผึ้งขนาดไหน ต้องพูดว่า ขนาดขับรถตามรถเมล์ที่ผึ้งขึ้น จนรู้ว่าบ้านผึ้งอยู่ไหน....เพื่อนๆของพี่ Think ก็เชียวว่าเข้าเลยโว้ย เดี๋ยวก็อดแดรกหรอก มั่วแต่แอบชอบ แอบรักอยู่นั้น!!!  วันนึงพี่Thinkตัดสินใจว่าจะเข้าไปคุยหล่ะ  แกจอดรถ Benz สุดหล่อของแกไว้ข้างถนน แล้วกระโดดขึ้นรถเมล์ตามผึ้ง แต่ก็ยังไม่กล้าชวนผึ้งคุยอยู่ดี  ได้แต่แอบมองจนผึ้งลงรถ แล้ววันนั้นพี่ Think ก็แห้วไปตามระเบียบ.....ไอ้ที่น่าเจ็บใจซิครับ....คือ วันนึงพี่ Think เห็นผึ้งนั่งรถของหนุ่มคนนึง และที่สำคัญ หนุ่มคนนั้นขับรถรุ่นเดียวกับพี่ Think สีเดียวกัน รุ่นเดียวกัน แต่ไม่ได้แต่งเป็น รถ Standard สุดๆ  พี่แกเศร้าไปเป็นเดือน ผลสุดท้ายก็โดดขึ้นเครื่องบินตามพวกพี่ ถั่วมา Australia จนได้
             ตอนที่ผมเจอพี่ Think ใหม่ๆ แกยังนั่งทำ Wallpaper เป็นรูป ผึ้งบินอยู่ใกล้ๆดอกไม้ และมีคำนึงเขียนไว้ว่า " Bee Happy " ผมเห็นแล้วรู้สึกเศร้าๆกับแกเหมือนกัน...แกเคยโดนพวกพี่ถั่วแกแกล้ง แบบโทรกลับมาที่เมืองไทยเข้ามือถือผึ้งแล้วส่งให้พี่ Think คุย...หุ หุ  หน้าซีดเป็นไข่ต้ม มือไม้สั่นเลยพี่แก. 5555+
              ตอนนี้แกเป็นยังไงมั่งก็ไม่รู้ เท่าที่รู้ตอนนี้แกก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดิน กับ รถ อยู่.....ก็ขอให้พี่มีความสุขนะครับ...ขำๆนะพี่อย่าคิดมาก.  ^^
 
 
 
April 07

Chapter 23 In my old friend House

         ช่วงนี้ไม่ได้เล่น Msn เท่าไร.งานเยอะ....เก็บเงินเที่ยวสงกรานณ์..แถมของแต่งลูกสาวก็โครตแพงๆทั้งนั้น...ยังไงก็พยายามจะอัพ Spaces นะครับ....^^  ชื่อก็บอกอยุ่แล้ว ในบ้านเพื่อนเก่าของฉัน
          ตอนนั้นสมัยม.3-ม.4 เห็นจะได้...ผมมีเพื่อนสนิทในกลุ่มคนนึงชื่อ แมน.แมนเป็นลูกคนรวยเลยก็ว่าได้...ที่อยู่อาศัยของผมเรียกว่าบ้าน..ที่อยู่อาศัยของคนรวยเรียกว่าคฤหาส...แต่ที่อยู่ของไอ้แมนตอนเรียกว่า ประสาท...เพราะใหญ่มากๆ ใหญ่ประมาณเดินในบ้านต้องพก ว. หรือมือถือ ติดตัว..เนื้อที่โดยรวมเห็นมันบอกตอนไปถึงบ้านมันครั้งแรกว่าประมาณ 10กว่าไร่..ซึ่งผมก็ไม่ค่อยสนใจ เท่าที่รู้ สนามหญ้าหน้าบ้านมันเหมาะกับการเตะบอลอย่างมาก....ช่วงนั้นพอดีปิดเทอมเลย เพื่อนๆ5-6คนในกลุ่มที่สนิทกันตัดสินใจไปนอนบ้านแมนกัน3-4วัน...แล้วครั้งแรกที่เห็นบ้านแมน ทุกคนก็ตกใจ ว่าทำไมใหญ่จัง...แมนมันบอกว่า "พอกูได้จากปู่มา เห็นพ่อกูบอกว่าปู่กูได้มรดกมาเป็นที่เก่าแก่ของตะกูล"...บ้านแมนอยู่แถวๆ ลาดพร้าว ซ.48  ซอย20 มิถุนา (แต่จำแยกไม่ได้ว่าแยกอะไร )....เห็นแมนบอกว่า พ่อพึ่งปลูกบ้านหลังนี้ได้ไม่กี่ปีเพราะที่มันอยู่ในเมือง แล้วใกล้โรงเรียนกูด้วย แมนกล่าว...ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก รู้แค่ว่า เราเล่นซ้อนหากันในตอนบ่ายๆ สนุกมากๆ เล่นกันจนเย็น....ตอนกลางคืนนั่งเล่นเกมส์ Family (เครื่องสีแดงขาว) สนุกมากๆ...แต่ไอ้ที่ไม่สนุกซิ ตอนที่ทุกคนนอนหมดแล้ว ผมดันหิวน้ำกลางดึกขึ้นมา เลยออกจากห้องแมนซึ่งห้องแมนอยู่ชั้น4 ผมต้องเดินลงมาที่ตู้เย็นชั้น3ซึ่งเป็นห้องนั่งเล่น...แต่ไอ้ทางเดินที่ไปห้องนั่งเล่นทางด้านขวาซิ เป็นกระจกยาวมากๆ มองออกไปเป็นสนามหญ้าที่สวยมากๆ ผมยังจำได้ตอนที่เดินผ่านเพื่อเอาของไปไว้ในห้องไอ้แมนมัน...แต่ตอนที่ผมลงมาหาน้ำทานซิ...มันไม่ใช่สนาม...แต่กลับเป็นทุ่งนา มีคนแก่กำลังไถนาอยุ่ มีควายอยู่ด้วย...ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะบ้านแมนมันใหญ่มาก ก็เลยเดินต่อไปหาน้ำทานแล้วก็เดินกลับห้อง...แล้วผมก็มองทะลุกระจกออกไป ยังเห็น คนแก่คนนั้นไถ่นาอยู่เหมือนเดิน แถมแกยังโบกมือให้เราด้วย....ผมเลยเดินต่อไปจนถึงห้องแมน...แล้วก็บอกกับแมนว่า เฮ้ยทำไมดึกๆ แถวนี้มีคนไถ่นาด้วยว่ะ...แมนมันร้องออกมาว่า มึงเห็นแล้วเหรอว่ะ...เฮ้ย คืนนี้มันคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้หว่า... ตายๆๆๆๆ....อย่าออกนอกห้องอีกนะพวกมึง....นอนกันเถอะว่ะ.....แล้วพวกผมก็ถามมัน ไอ้แมนมันได้แต่บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อกูคงเล่าให้พวกมึงฟังเองแหล่ะ....แล้วพวกผมก้สวดมนต์แล้วก็นอน
             พอเช้าแม่นมไอ้แมนก็มาปลุกให้ไปทานข้าวเช้า....พอถึงโต๊ะอาหารเจอพ่อกับแม่ไอ้แมนปั๊บ  ไอ้แมนก็พูดเลยว่า พ่อ!!! เพื่อนแมนเจอลุงคนนั้นแล้วเมื่อคืน....คุณพ่อแมนได้แต่เล่าให้ฟังว่า....คนแก่คนนั้นเป็นผีไม่ใช่คน...ลองมองออกไปซิ ทุ่งนาที่พวกลูกๆเห็นเมื่อคืนนะ มันไม่มีใช่ไหม...ผมมองออกไปเห็นสนามหญ้า  ไม่มีทุ่งนาเลยซักกะนิด....แล้วนั้นทำให้ผมกลับบ้านในตอนบ่ายของวันนั้น
             แล้วในคืนต่อมาเพื่อนของผมคนอื่นที่ยังไม่กลับก็เห็นแบบที่ผมเห็นเช่นกัน...*0*
 
           ข้อความจาก Hyperlife : มันก็อีก1เรื่องผีที่ผมเจอมานะครับ..แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกแล้วกัน...แต่ขอตัวไปนอนก่อนหล่ะครับ...ดึกมากแล้ว..แถมมีงานเช้าด้วย.  ^^
 
 
        
March 14

Chapter 22 In movie theater

            เหงาๆ ดีแฮะ วันนี้ แถมไม่ง่วงเท่าไร..เลยมา Update ซะหน่อย. Chapter นี้ก็เป็น Chapter ที่ 22 แล้ว..เยอะดีแฮะ. ขอโทษด้วยสำหรับเพื่อนๆหรือคนที่คอยเข้ามาดูว่ามีอะไรเพิ่มเติ่มในชีวิตของผมหรือมีอะไรมาบ่นๆให้ฟังอีก...Chapter นี้ขอพูดถึงเรื่องในโรงหนังบ้าง..
            เรื่องก็มีอยู่ว่า อยากดูหนังมากแต่ไม่มีคนไปดูด้วย เลยคิดถึงโรงหนัง...พอคิดถึงโรงหนังก็มีเรื่องในโรงหนังมาคุย...ในยุคสมัยนี้จะมีโฆษณาที่ ให้เราปิดมือถือ..งดใช้เสียงดัง(คุยกัน)...อะไรประมาณเนี้ย...แต่ที่อยากให้มีเพิ่มเติ่มนะเคยเจอกันไหมครับ...สิ่งที่มากกว่าข้อค้างต้น....พวก เท้าเหม็น(ยิ่งกว่าปลาเน่าตายมา8ปีแสง)แต่ดันเจือกถอดรองเท้า...แค่นี้เหม็นไม่เท่าไร พี่แกเล่นนั่งขัดสมาทเลย...นรกแตกครับ.....นั้นคือประเภทแรก....ประเภทที่ 2 พวกอ้วนๆ เรอไม่รู้จบ....ไม่รู้พี่เค้าไปแดรกสงติง สงมือ ที่ไหนมา เรอ ไม่รู้จบ ...ทั้งเสียงทั้งกลิ่น...จะเป็นลมตาย.....ประเภทที่ 3 อันนี้รำคาญเป็นการส่วนตัว เสียงเด็กเปรต...ไม่เข้าใจอารมณ์ของพ่อแม่จริงๆ จะมาดูหนังไม่ถามลูกก่อนว่าอยากดูไหม...หรือไม่เคยสอนลูกให้รู้เรื่องมารยาทในที่ส่วนรวม....ประเภทที่ 4 พวกเด็กโตที่ไม่รู้สถานที่ เห็นโรงหนังเป็นม่านรูด ไอ้แค่ Kiss กันนะพอทนครับ...แต่มากกว่านั้นก็เคยเจอมาบ้าง...พูดแล้วเซ็งติง....เท่าที่นึกๆได้ก็เท่านี้แหล่ะครับ.....พูดถึงก็อยากไปดูหนังแฮะ....แต่ถ้าจะอีกนาน
        
         ข้อความจาก Hyperlife : หลังวันที่ 15 นี้ ไปอีก 2 เดือนผมอาจจะยุ่งมากๆ ถึงยุ่งโครตๆ นะครับ...ไหนจะงาน Motor Show,งาน activity,งาน Grand opening อีก...ช่วนนี้ขอ ขุดเงินหน่อย....จะเอาไปแต่งตัวให้ลูกชายของผม...พึ่งซื้อรองเท้าให้ไปแค่คู่เดียว...แต่แพงชิกหาย...แต่ลูกชายผมหล่อเลย หุ หุ....หาเงินอีกบานของแต่งลูกผมเยอะชิกหาย..แถมแต่ละอย่างแพงชิกหายด้วย.  TT
          ปล. ขอโทษอีก 1 เรื่อง พอดีผมขายมือถือ 6681 ทิ้งไป เลยไม่มีรูปมา Update ให้ดูซักเท่าไร...ส่วนน้อง P900 ของผมมันก็ไม่มี Flash ซะด้วย...แต่จะพยายามเอารูปมาลงแล้วกันนะครับ.. ^^
 
February 27

Chapter 21 Pizza at Siam

       เบื่อกันไหมครับกับพวกข้อความที่ Spacesโน้นเขียน Spacesนี้เล่าเรื่องในอดีต....ลองๆมาอ่านดู...ผมพยายามที่จะเขียนเรื่องของตัวเองให้อ่านกัน  แต่ถ้าไปเจอหรือได้ Mail ดีๆมา.ก็จะเอามาให้อ่านกัน.เข้าเรื่องเลยดีกว่าเดี๋ยวจะเบื่อกัน
      สายวันนึง(จำไม่ได้แล้ววันที่เท่าไร.แต่ที่แน่ๆวันเสาร์).ผมนัดเพื่อนๆไปเดียวสยาม..ปกติแล้วที่สยามจะมีคนน่ารัก,เด็กแนว,สาวสายเดี่ยว,พวกHip Hop,และคนทั่วไป...ร้านเสื้อผ้าและร้านอาหารหรูๆ ร้านอาหารน่ารักๆ ร้านอาหารที่ดูแล้วอบอุ่นคยสังเกตุไหมครับ...จะมีโซนนึงเป็นร้านอาหารข้าวแกง อาหารตามสั่ง ที่อยู่หลังโรงหนังลิโด้.อาหารถูกๆสุดๆอร่อยใช้ได้ แต่บรรยากาศจะเป็นคนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำทานกัน....ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปนั่งทานกับเพื่อนผม...มันพาไปทานผมก็เอาดี.ไม่มีปัญหา..ในใจก็คิดว่ากูไม่เคยลองขอลองหน่อยว่ะ..อาจจะอร่อยกว่าที่คิด.แล้วมันก็อร่อยใช้ได้เลยครับ...ผมสั่งอาหารสิ้นคิดนั้นคือ  กระเพราไก่ไข่ดาวกับน้ำชาเย็น...เวลาเที่ยงๆกับอาหารกลางแดด  หุ หุ  ร้อนใช้ได้เลยครับ...ผมกำลังทานกระเพราอย่างอร่อยอยู่ สิ่งนึงที่ผมเห็นอยู่ตรงพื้นนั้นคือ สิ่งที่ผมคิดว่าน้อยครั้งมากที่จะเจอในที่ๆอย่างสยาม นั้นคือ ขอทานที่คลานกับพื้น..ปกติแล้วผมเป็นคนที่เวลาเจอคนตาบอดเมื่อไรจะให้ทานทุกครั้ง..ถึงไม่มีเหรียญก็จะขวักแบงค์ 20 ให้และผมก็จะไม่ให้ขอทานประเภทอื่นๆ ยกเว้นคนตาบอดเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ ผมคิดว่าคนตาดีแขนกุดขากุด คุณยังสามารถทำอะไรได้ดีกว่าคนแขนขาดีแต่ตาบอด..คนตาบอดนั้นโลกทั้งๆของเค้าหายไปแล้วครึ่งนึง..ลองคิดเล่นๆนะครับ ถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุต้องตาบอดขึ้นมาคุณจะทำยังไง.เล่นเนตก็ไม่ได้ จะทานอะไรก็ลำบาก ไปไหนมาไหนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมจึงเลือกที่จะทำทานกับคนตาบอด...แต่ชายคนนั้นทำให้ผมรู้สึกสงสารมากๆ  ขนาดที่เรากำลังทานข้าวอยุ่เค้ากับคลานผ่านเส้นทางที่สกปรก พร้อมด้วยคันเก่าๆใบนึง...ผมเลยหยิบเศษเหรียญที่มีทั้งหมดในกระเป๋ากางเกงให้เค้าไป  เห็นแวปๆ น่าจะ30บาทได้
เพื่อนผมเห็นผมทำอย่างนั้น..มันเลยพูดว่า " ใจบุญจริงนะมึง!!! " ผมก็เลยบอกไปว่า " เห็นแล้วอดให้ไม่ได้ว่ะ น่าสงสาร. "เพื่อนผมเลยพูดว่า " กูว่านะ มึงน่าจะสงสารตัวเองมากกว่า "ผมได้แต่นั่ง งง แล้วเพื่อนผมก็บอกว่าเดี๋ยววันนี้ค่ำๆกูจะพามึงไปดูอะไรดีๆ ตอนนี้แดรกข้าวแล้วรีบไปทำธุระก่อน....
      ช่วงบ่ายวันนั้น..เราทั้ง 2 ทำธุระต่างๆกันจนเสร็จจนผมลืมสิ่งที่เพื่อนผมจะพาไปดูอะไรดีๆ พระอาทิตย์ตกแล้ว.วันนี้เวลาผ่านไปเร็วมาก คงเป็นเพราะว่ามีอะไรทำแล้วยุ่งตลอดช่วงบ่าย.."หิวไหมมึง " เพื่อนผมเอย..  " เออ หาไรกินก็ดีเหมือนกัน " แต่มื้อนี้กูเลือกสถานที่นะ ไม่แพง อร่อยและเป็นร้านโปรดของกูเลย มาสยามที่ไร กูอยากกินร้านนี้ทุกครั้ง ร้านเล็กๆและอบอุ่นดี กูชอบ " แล้วผมก็พามันไปทาน ร้าน " เช้ายันเย็น " เคยไปทานกันไหมครับท่านผู้อ่าน. ถ้ามีโอกาศก็ไปทานนะครับ.ผมชอบมากๆ...พอเราทานได้ซักพักนึงเพื่อนผมก็พูดว่า " รีบหน่อยว่ะ เดี๋ยวสิ่งที่กูจะพามึงไปดู มันไปเสียก่อน " ผมถึงนึกได้ว่า เออ อะไรว่ะ ที่มันจะพาไปดู...พอจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จมันรีบพาผมไป ร้าน Pizza แล้วเพื่อนผมก็มองเข้าไปในร้าน แลบ้วชี้ให้ผมดู " มึงเห็นโต๊ะในสุดด้านขวาไหม ดูเอาเอง " สิ่งที่ผมเห็นนั้นคือ สิ่งที่ผมตกใจเอาพอสมควร.  กลุ่มคน 5-6 คนแต่งตัวซกม๊กมากๆ นั่งทานพิซซ่าอยู่ แล้ว ผมก็เห็น ขอทานคนที่ผมเจอเมื่อตอนกลางวันที่คลานอยู่ตรงพื้น กำลัง ดึงพิซซ่าออกจากถาน. พวกนั้นทานอย่างสนุกสนาน....ผมได้แต่มองด้วยความเซ็ง 
        แล้วเพื่อนผมก็บอกว่ามันกินพิซซ่าแถบทุกวัน บางที่มีสั่งกลับบ้านด้วยว่ะ.พวกนี้ทำกันเป็นทีม.กูเห็นครั้งแรกก็สงสารเหมือนมึงเนี้ยแหล่ะ....
 
 
 
       ข้อความจาก Hyperlife : เรื่องนี้ทำให้ผมมานั่งคิดเล่นๆว่า รายได้ของ ขอทานในสยาม 1 คนสามารถทำได้เท่าไร.ประชากรที่เดิน Shopping,ทำธุระ,นัดเพื่อน,และอื่นในสยามวันๆนึงเกิด 2 แสนคนแน่ๆ คิดเป็น 1 ใน 10 คนที่ให้เงิน แล้วให้คนละ 1 บาทพอ...คิดเป็นตัวเลขแล้วหนาวเลยครับ...รายได้ต่อ 1 วันมากกว่า คนจบปริญญาโทด้วยซ้ำ...นี้คือที่ผมคิดวันธรรมดานะครับ...ถ้าเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ประชากรที่เดินในสยามสูงถึง 4 แสนคนต่อวันสบายๆ แล้วถ้าเป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ต้นเดือนอีกหล่ะครับ อาจสูงถึง 6 แสนคนเลยทีเดียว.นั้นคือจำนวนคน..และคนเดียวสยามทำบุญ.ไม่มีทางที่ทุกคนจะให้แค่ 1 บาท และผมเชื่อว่า คนทำทานมากกว่า 1 คนในจำนวน 10 คน.  สรุปๆ แค่คิดเล่นๆ รายได้ที่ขอทานได้รับ คนๆนึงต่อ 1 วันนั้นมากมายเลยทีเดียว...
 
 
February 15

Chapter 20 Best Ghost Story

             แปบๆ ก็ Chapter 20 แล้ว.ไวดีจัง..วันที่ 14 ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างเอย..หวังว่าความรักของหลายๆ คงจะสดใสนะครับ...ของผมก็ได้แต่รอๆ ใครซักคนเข้ามา...เข้าเรื่องเลยดีกว่า ....บอกก่อนเลยนะจ๊ะ...ใครกลัวผีก็อ่านกลางวันแล้วกันไม่อยากให้อ่านกลางคืนแล้วไป หลอนจนนอนไม่หลับ แล้วมันก็เป็นเรื่อง ผี ผี ที่เกิดขึ้นกับผมเองสมัยอยู่เด็ก ๆ. ..
              เรื่องนี้มันเกิดตอนอายุได้ แค่ 16 เอง จำได้สนิทใจ เพราะยังไม่มีใบขับขี่.วันนั้นเป็นวันศุกร์ ผมกำลังจะกลับบ้าน ตอนนั้นประมาณ 5 โมงกว่าๆ และพึ่งเล่นบาสเสร็จ..พอดีไปล้างหน้าแล้วเจอไอ้ นุ เป็นเพื่อนในห้อง มันบอกว่าจะกลับบ้านที่อยุธยา แล้วมันก็ชวนผมกับ ไอ้ Black ไปด้วย..ผมก็ได้แต่คิดว่าอยากไปนะ แต่ถ้าไป แค่2คนกับไอ้ นุ ก็ น่าเบื่อ.แต่ไอ้ Black มันดันบอกว่า เอาดิ ไอ้รุ่งไปกุก็ไป..สรุปแล้ว เราจะไปกัน 3 คน ต่างคนต่างไปเก็บเสื้อผ้า แล้วนัดกันเจอที่ โรงเรียนตอนทุ่มนึง...ผมมาถึงเป็นคนแรก หลังจากนั้นอีก 20 นาทีทุกคนก็มากันครบ...แต่ด้วยที่ว่า ยังไม่ได้ทานอะไรกัน เราทั้ง3 ก็เลยไปหาอะไรทานกันใน Central ลาดพร้าว.. กว่าจะออกเดินทางก็ประมาณ 3ทุ่มกว่าๆได้...นั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด
              4 ทุ่ม กว่าๆ บน ถ.วิภาวดี-รังสิต กับรถกะบะสีแดงเลือดหมู เก่าๆ(กะบะขนส้ม)แถมยังเป็นคืนเดือนมืดอีกต่างหาก...ผมเป็นคนขับ กำลังอยากขับรถ แบบว่าร้อนวิชานะครับ...พึ่งขับรถเป็นได้ 2เดือนเอง ตอนนั้น...ผมแวะเติมน้ำมันและหากาแฟทาน...เส้นทางสมัยนั้นไม่สวยหรูเหมือนสมัยนี้...ถนนมีไฟทางหลวงบ้างไฟบ้านคนบ้างสลับๆกันไป...ไอ้ นุ มันพูดสั้นๆก่อนหลับว่า.." เฮ้ย รุ่งถึงป้ายที่เขียนว่า วังน้อย อยุธยาแล้วปลุกกูนะ "..ผมเป็นคนขับข้างๆผมก็ไอ้นุ ข้างไอ้นุก็ไอ้ Black .กะบะที่ขับไปนั้นเป็นกะบะของ นุมัน..เป็นรถที่บ้านเอาไว้ขนของขึ้นลงระหว่างกทม.กับอยุธยาเป็นระกะบะเก่ามากๆไม่มีที่นั่งข้างหลัง เราจึงต้องนั่งกัน3คนติดกันเป็นปลากระป๋อง.ความที่เป็นรถเก่ามากๆ ขับแค่80-90 ก็สั่นเป็นเจ้าเข้าทรงแล้ว ผมเลยขับความเร็วที่80 และชิดซ้ายตลอด...เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก 5 ทุ่มกว่าๆจะเที่ยงคืนแล้ว ยังไปไม่ถึงไหน..2ข้างทางก็มีรถ10ล้อ,รถบ้าน,รถกะบะ วิ่งสวนทางไปบ้าง แซงเราบ้าง แถมมีไฟบ้านและไฟทางหลวง ตลอดทาง...ไอ้ Black มันไม่ยอมนอนมันบอกว่า "กูนั่งเป็นเพื่อนมึงแล้วกัน อยุธยาใกล้ๆ แปบๆก็ถึง " ผมซึ่งไม่เคยไปอยุธยาเลยได้แต่รู้ว่า วิ่งตรงไปเลื่อยๆเดี๋ยวก็ถึง....เที่ยงคืนกว่าแล้ว..ทำไมนะ!!! ผมรู้สึกแปลกๆ ไฟทางหลวง กับ รถที่วิ่งสวนทางหรือ รถที่แซงเรา ..มันหายไปไหน หมด...มีแต่ถนนกับไฟหน้ารถของเรา ไอ้ Black ถึงกับเอยออกมาว่า " ทำไม มันมืดจังว่ะ ไฟทางหายไปไหนหมดว่ะ รุ่งมึงขับระวังๆ หน่อยนะ ไฟหน้าไม่ค่อยสว่างมาก " ผมได้แต่ตอบไปว่า เออ..กูขับอยู่ 80 เอง...แล้วก็ถึงทางที่เลี้ยงซ้ายบังคับอยู่ข้างหน้า ประมาณ 500 เมตร..ทันใดนั้น ผมเห็น ไฟทางข้างหน้า 1ดวง พร้อมกับ คนๆนึงยืนอยู่ ในใจคิดว่า ชาวบ้านแถววนี้ออกมาหากบหาปลาแน่ๆ...ผมได้แต่ขับเข้าใกล้ๆ เข้าใกล้ๆ..จนผ่านไป พร้อมกับ ไอ้ Black หันหน้ามาพูดกับผมว่า "มึงเห็นอย่างที่กูเห็นไหมว่ะ" ผมตอบว่าเห็นซิว่ะ ห่าเอย....สิ่งที่ผมเห็นคือคนแก่ผมหงอกๆ ใส่เสื้อคอกระเข้า นุ่งผ้าถุง อุ้มเด็ก ไว้ด้วยมือทั้ง2ข้าง พร้อมด้วยเลือดสีแดงสดๆ เต็มไปทั้งตัวแกและเด็ก...โดนแล้วมึง เจอดีเข้าแล้ว ผมได้แต่พูดว่ารีบๆขับดีกว่า แต่รถมันก้เก่ามากๆ 90 ก็สั่งเป็นเจ้าเข้าทรงแล้ว...พอพ้นโค้งมาได้ซักพักนึง ผมก็ได้ถอนหายใจก้อนโตที่ติดอยู่ในอกออกไป...แต่ไอ้ที่รู้สึกแปลกๆก็กลับมาอีกครั้งนึง..ทำให้ผมต้องหันไปมองกระจกมองหลัง...สิ่งที่ผมเห็นเป็นอะไรบางอย่างที่ตามหลังมาไกลๆประมาณ 200เมตรเห็นจะได้..แล้วมันก็กระชันชิดเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนผมเห็นชัดว่า เป็นยายแก่คนนั้นวิ่งตามมาพร้อมอุ้มเด็กมาด้วย...ผมเพิ่มความเร็วรถจนถึง110 เห็นจะได้ แต่ แม่เจ้าครับ พี่น้อง...ความเร็ว 110 มันไม่ทำให้ยายแก่คนนั้นหางไปเลย แถมยังใกล้ๆเข้ามาๆ จนถึงกระจกข้างผม พร้อมกับทุบกระจกผม ด้วยสีหน้าน่ากลัวมากๆ และมีเสียงร้องโอดครวน ดังสนั่น...ผมได้แต่ร้อง อ๊ากกกกกกกกก ลั่นรถ พร้ม ไอ้ Black ก็ แหกปากร้องเสียงหลงเช่นกัน แต่ ไอ้ห่านุซิ หลับสนิท....ช่วงนั้นเอง ผมสติขาดไปแล้ว แต่ดีที่ไอ้ Black ตั้งสติได้ก่อน มันทุบแขนผมจนผมมารู้สึกตัวอีกที่ก็แขนชาไปแล้ว และเสียงที่ได้ยินจากมันคือ " หยุดรถโว้ยๆๆๆ ไอ้รุ่ง " แค่ช่วงเวลาที่ผมหันหน้าไปดู ไอ้ Black แล้วหันกลับมาดูกระจกด้านข้าง ยายแก่คนนั้นก็หายไปแล้ว...ถนนที่มืดมิด กลับสว่างขึ้นรถคันอื่นก็ค่อยๆแซงรถเราไปทีละคัน...ไอ้ Black พูดว่า " อะไรกันเนี้ย เมื่อกี้มันห่าไรว่ะ " ผมได้แต่บอกว่ากูจะรู้ไหม เจอพร้อมมึง ยังมาถามกูอีก...ผมตั้งสติได้ 5 นาที+ยังกลัวอยู่จึงรีบออกรถ เชื่อไหมครับ ไม่ถึง10นาทีต่อมา ป้ายทางหลวงที่เขียนว่า " วังน้อย อยุธยา " ก็อยู่ข้างหน้าแล้ว..ผมดูนาฬิกาข้อมือ บอกเวลา ตี2:40...มันยิ่งทำให้ผมตกใจเข้าไปใหญ่ ว่าทำไมว่ะเมื่อกี้นี้ยังเที่ยงคืน นึดๆเองนิหว่า...ทันใดนั้น ปั๊มน้ำมัน ปตท.ก็อยู่ข้างหน้า ผมทนไม่ไหวแล้วเลยแวะเข้าปั๊มก่อน ไอ้ Black ก็เห็นด้วย หากาแฟ เข้าห้องน้ำ ทำใจอีกซักพัก แล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่า...ไอ้นุก็ดันมาตื่นตอนถึงปั๊มพอดี แล้วมันก็พูดสั่นๆตามนิสัยของมันว่า " ปวดฉี่ เดี๋ยวมา "....สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้านั้นคือ ไอ้ นุ วิ่งไปเข้าห้องน้ำ  แต่ไอ้ Black ซิ ผมยาวๆของมัน ฟู่ แบบตั้งทั้งหัว...จนเด็กปั๊มทักว่า " พี่เจอแล้วใช่ไหม ยายแก่ อ่ะ วันนี้มีคนเจอ 4 ราย แล้วนะ พวกพี่เป็นราย ที่ 4 ของวันนี้ "...ผมได้แต่นั่งลงบนเก้าอี้ยาวพร้อมด้วยสีหน้าซิดเซียว..ปวดหัวไปหมด
               และนั้นคือเรื่องพี่อันดับ 1 ของผมที่เคยเจอมาทั้งหมดจนถึงปัจจุบันนี้...เรื่องอื่นๆที่เจอมาไม่หน้ากลัวเท่าเพราะ ครั้งอื่นเป็นการเจอแบบเค้ามาขอ ส่วนบุญบ้าง มารับบุญเราบ้าง ไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วบ้าง เป็นต้น..แต่เรื่องนี้มันเป็น ผีหลอกจริงๆ ไม่ใช่มาขอส่วนบุญ...
 
 
        ข้อความจาก Hyperlife : หวังว่ามันคงไม่หน้ากลัวมากนะครับ สำหรับคนที่อ่านตอนกลางคืน...ฝันดี ราตรีสวัสดิ์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
February 07

Chapter 19 Summer at Newzealands in 1995

               ไม่ค่อยจะอยากเขียนเท่าไหร่ช่วงนี้รู้สึกตัวว่าแกว่งๆยังไงไม่รู้...เดินไปไหนมาไหนก็เห็นคนเค้าเดินเป็นคู่ๆ ทำให้คิดว่าทำไมน้า.ไม่มีใครมาเดินเคียงคู่กับเราบ้าง.ไม่รู้สินะ มันคงยังไม่ถึงเวลาที่จะเจอมั้ง+กับตอนนี้ขี้เกียจที่จะมาเรียนรู้ใครซักคน...และอยู่อย่างนี้ก็อิสระดีแต่เหงาโครตๆด้วย..มีได้ก็มีเสีย..หุ หุ. เข้าเรื่องดีกว่า.
              ในปี 1995 ถ้าจำปีไม่ผิด ตอนนั้นไปเรียนที่ Australia ได้ 3 เดือนภาษาอังกฤษก็จัดอยุ่ในระดับ พูดคุยกับฝรั่งได้แล้ว.แต่อ่านกับเขียนยังไม่กระชูดมาก...พอดีช่วงนั้นเป็นช่วง Summer แถม หยุดตั้ง 2 Weeks พี่ๆคนไทยหลายๆคนก็บอกว่าไปเที่ยว Newzealands กันไหม ค่าตั๋วไม่แพง แถมเค้ามีเพื่อนที่เป็นคนไทยที่ไปเรียนที่ New ด้วย...ผมเลยสนใจ แต่ไม่ค่อยมี Pocket Money มากนัก..พี่ๆหลายๆคนเลยบอกว่า "มึงออกค่าตั๋วแล้วมีเงินติดตัวซัก400-500 เหรียญ.ก็สบายแล้ว ไม่พอพวกกูช่วย" มันเลยทำให้ผมได้ไปเที่ยวที่ Newzealands.ไปเที่ยวแค่ Week เดียว แต่สนุกมากๆ..ทั้งแกะ ทั้งทุ่ง หุ หุ บรรยากาศดีโครตๆ ไม่ต่างอะไรกับต่างจังหวัดในประเทศไทยซักเท่าไหร่....แต่พี่ๆผมก็ยังหาอะไรเล่นจนได้...และ Bunjie Jump ก็เป็นอันที่ผมประทับใจสุดๆ.
               เวลาบ่ายๆของวันที่ 3 ของการอยู่ที่ Newzealands นั้น พวกผมและพี่ๆได้ไปโดด Bunjie Jump กัน มันต้องกระโดดจากกลางสะพานระหว่างเขา 2 ลูก.จำไม่ได้แล้วว่ามันชื่ออะไร.รู้แค่ว่า ที่นี้ติดอันดับโลกเรื่องนี้..พอไปถึงผมก็ได้แต่ยืนดู อู้!!น่าเล่นแฮะ ไม่แพงด้วย..ผมเลยไปคุยกับฝรั่งที่ดูแลว่าค่าใช้จ่ายเท่าไร ถ้าถ่าย VDO ด้วยจะแพงมาก...ผมไม่สนใจอยู่แล้วเพราะพวกพี่ๆมีเอากล้องถ่ายVDOไป อิอิ.แต่ไอ้ฝรั่งมันเดินถามพวกพี่ๆจนหมด พอมาถึงผมๆเลยรู้ว่ามันมี 3 ระดับด้วยกัน.1.กระโดดแล้วมันจะเท้งเต้งอยู่กลางอากาศเลย.2.กระโดดแล้วจะใกล้ๆลำธารข้างล่างประมาณ3-5เมตร.3.กระโดดลงไปในน้ำเลย...ผมเลยบอกไปว่าขอแบบที่2แล้วกัน...แล้วมันก็บอกว่าโอเค พร้อมยืนกระดาษแข็งขนาด A4 ให้ผม .ข้อความข้างในนั้นผมไม่ได้สนใจ แต่มันไอ้ฝร่งบอกให้ผมอ่านแล้วเซ็นด้วย...ผมก็นึกอย่างเดียวว่า คงเหมือนกับที่เวลาเราไปเที่ยว ภูกระดึ่ง จ.เลย หรือ อุธยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ของบ้านเรา มันจะมีใบให้เรากรองว่าเลยมาเที่ยวแล้วนะ เป็นที่ระลึก...แถมพวกพี่ๆผมก็เซ็นกันหมด..ผมเลยไม่อ่านและเซ็นไปอย่างรวดเร็ว...หลังจากกระโดดเสร็จแล้วก็มานั่งทานอาหารกันในตัวเมือง..คุยกันว่าสนุกมากหลายๆคนก็บอกว่าอยากโดดอีก..แล้วผมก็หลุดปากออกมา 1 ประโยคว่า "ปลายปีนี้นะกลับถึงเมืองไทย จะเอาใบที่ระลึกไปใส่กรอบ".พวกพี่ๆผมเลยถามว่า "ใบที่ระลึกห่าไรว่ะ ???"
ผมเลยบอกไปว่า"ก็ที่ระลึกที่ไปโดด Bunjie Jump ไง พี่" พร้อมเอาใบนั้นออกมาให้พี่ๆดู.ไอ้ที่หน้าคำก็ตรงที่ว่า พี่ๆด่าผมว่า "มึงโง่อ่านไม่ออกหรือไม่ได้อ่านว่ะ". ผมเลยตอบไปว่าไม่ได้อ่านอ่ะพี่..แล้วพี่ผมก็บอกว่ามึงอ่านเลย...แล้วจะรู้เอง...ผมนั่งอ่านจนจบ..สรุปๆเนื้อความในกระดาษแผ่นนั้นมันบอกว่า  " ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นทางเราจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น " แล้วผมก็ทำหน้าเซ็งๆ + กับ พี่ๆ นั่งหัวเราะกันสนั่นร้านอาหาร.
 
 
          
              ข้อความจาก Hyperlife : จงอ่านข้อความให้ระเอียดก่อนที่จะเซ็นเอกสารลงไปนะครับ.มันอันตรายมากเลย..ไอ้เรื่องของผมนะถ้าไม่เซ็นเค้าก็ไม่ให้กระโดด...ขอให้อ่านก่อนเซ็นนะครับ...^^
 
 
 
January 30

Chapter 18 พจนานุกรมฉบับเกรียน

พจนานุกรมฉบับเกรียน

1."Roger that!" = "โรเจอร์ นั่น!"
2. "Freeze!" = "การแข็งตัว!"
3. "Hang on." = "ห้อยไว้"
4. "king of Gondor" = "เจ้าแห่งคอนโด!!" (จาก LOTR)
5. "He's falling down." = "เขากำลังล้มเหลว" (ตะโกนออกมาตอนเครื่องบินตก)
6. "Uh, Mr. pathetic, you've had a crush on her since high school." =
"คุณพาเธทิค คุณชนหล่อนตั้งแต่อยู่ ม.ปลาย" (จากเรื่อง Garfield)
7. "I think that's not right." = "ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่ทางขวา" (จากเรื่อง Prince and Me)
8. "Fire in the Hole!!!" = "ไฟในรู!!!" (ทำให้ฉากสงครามน่ากลัวขึ้นหลายเท่า)
9. "Holy S-h-i-t!" = "อุจจาระศักดิ์สิิทธิ์!"
10. "Come on, man." = "มานี่อย่างลูกผู้ชาย"
11. "Fine!" = "ค่าปรับ!"
12. "Oh my goodness." = "โอ้ความดีของฉัน"
13. "Where's the head?" = "หัวอยู่ไหน?" ..... "I'mgonna go to the head"
= "ฉันจะไปที่หัว" (สองอันนี้เป็นตอนที่เขาจะไปหาผู้บังคับบัญชา)
14. "Count Dooku" = "คำนวณดูกู!!" (จาก Star Wars : Episode II)
15. "Keep the change." = "ให้มันเปลี่ยนแปลง" (จากเรื่อง My Big Fat Greek Wedding
ตอนที่พระเอกให้นางเอกเก็บตังค์ทอนไว้)
16.ในฉากยิงกันของหนังเรื่องหนึ่ง เพื่อนพระเอกเข้ามาช่วย ... "Don't worry, I got your back."
= "ไม่กังวล ฉันได้กระเป๋าของคุณ"
17. "Blue Pill, Red Pill." = "หมอนน้ำเงิน หมอนแดง" (จาก The Matrix)
18. abandon ship = "เรืออะแบนด้อน!!" (อันนี้จาก Pirates of the Carribian)
19. "What are you up to?" = "คุณจะขึ้นไปถึงไหน?" (นี่ก็จาก Pirates of the Carribian)
20. "I'm fine." = "ฉันคือค่าปรับ"
21. แกนดาล์ฟ : Dont' tempt me Frodo. = อย่าล่อข้า โฟรโด (LOTR)
22. ท่าไม้ตายนางเอกในเรื่อง Kill Bill ... "Five-Point-Heart-Attack Palm" แปลสั้นๆว่า
"ท่าต้นปาล์ม"
23. "Shut up, baby." = "ปิดประตูซะเด็กน้อย"
24. "May the Force be with you."="บางทีแรงอาจอยู่กับคุณ"
25. "I'll kick your ass." = "ฉันจะยอมเป็นเมียแก"
26.เครื่องบินกำลังจะตก ... "Mayday! Mayday!" = "วันแรงงาน! วันแรงงาน!"
27. "Good morning, honey." = "สวัสดี คุณน้ำผึ้ง"
28. จาก Notting Hill ... "Time for bed." = "ขึ้นเตียงกันเถอะ"
29. จาก The Terminal พนักงานบอกให้พระเอกกรอก Light-Green Form
= "กรอกแบบฟอร์มไฟเขียวด้วยค่ะ"
30. "Do you want to take a shower?" = "เธออยากแสดงอะไรให้ฉันดูไหม?"
(จาก Monster)
31. "To the fairest." = "ให้คนที่แฟร์ที่สุด"
32. "Farewell." = "แฟร์ดี" (จากเรื่อง Helen of Troy)
33. "Oh mother damn! She shot at you with her eye close!" =
"โอ้สาบแช่งแม่เธอยิงประตูด้วยตาของเธอที่ถูกปิดที่คุณ"
34. "Now, you've pissed me off!" = "ตอนนี้คุณปัสสาวะที่ฉันห่าง"
35. "Flame of hell" = "กรอบจากนรก"
36. "It's my father's plane." = "นี่คือแผนของพ่อฉัน" (ฉากหลังมีเครื่องบินจอดอยู่ 1 ลำ)
37. "Come on." = "มาบน"
38. "Can you hear me?" = "กระป๋อง คุณได้ยินฉันมั้ย"
 
 
ข้อความจาก Hyperlife :  ได้ Mail มาจาก เพื่อนสนิท ยกความฮา แล้ว Searching ให้เค้าเลย ตาโจ้.  ^^
January 24

Chapter 17 In memory at Adelaide (Australia)

           เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยผมไปเรียนอยู่ที่เมือง Adelaide ประเทศ Australia เป็นเรื่องที่ตลกดีแต่ก็ขำ ๆ กับวัยเรียนที่ต้องพึ่งพาตัวเองเพียวๆ และ ประสปการณ์ที่ได้รับก็ทำให้ผมโตขึ้นกว่าสมัยก่อนไปเยอะเลย
 
           มันเป็นตอนที่ผมอายุ 17 ปี (โดยประมาณ). ตอนนั้นเป็นตอนที่ไป Aus ใหม่ๆเลยครับ ภาษาสง ภาษาไม่ต้องพูดถึง โง่มากๆ ประมาณว่า ฟังยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ.พอจับได้คำหลักๆเท่านั้น...ช่วงแรกก็พักกับป้าที่เป็น chef อยู่ที่นั้น แต่ได้ประมาณ 2 เดือนก็เริ่มฟังออก พูดได้ เลยย้ายออกมาอยู่กับพี่ๆ ที่เป็นคนไทย(จะได้เที่ยวได้เต็มที)555+ หลังจากนั้นก็เที่ยวมากพอๆ กับเรียน.แต่ด้วยที่ว่าAdelaideเป็นเมืองเล็กๆ ที่เที่ยวจึงมีน้อยมากๆ ถ้าเทียบกับ Sydney แล้วก็แค่ 1 ใน 20 เอง.วันๆเวลาว่างไม่ไปเตะบอลที่ YMCA ก็ เล่น Play station ที่บ้าน.ที่บ้านที่ผมอยู่เหมือนกับเป็นที่รวมตัวของเด็กไทยที่ไปเรียนที่นั้นก็ว่าได้ ด้วยที่เป็นเมืองเล็กเด็กที่ไปเรียนสมัยนั้นมีไม่ถึง 20 คน ถ้าเป็น Sydney ก็คงประมาณ 300-400 คนได้.ที่บ้านที่ผมอยู่ประมาณ 4 คนหลักๆ มี ผม,ศุภ,พี่ถั่งและแฟนพี่ถั่ง(พี่นก).แต่ Visitor ซิ.มีทุกวัน.
 
            วันนึง ผมซึ่ง ไม่เก่งเรื่องอ่านภาษาอังกฤษมาก แต่คุยได้สบาย เริ่มหิวเล็กๆ และ ไอ้เพื่อนๆผมคนอื่นก็เช่นกัน.จึงสรุปได้ว่า ผมจะเดินไป ซื้อ อะไรให้ แล้วไอ้โต้ง กับ ไอ้ตาว ทำของกินอย่างอื่นเพิ่ม...พอผมกลับมาไม่ใช่มีแค่ ไอ้โต้ง กับ ไอ้ตาว แต่มี ไอ้รอง กับ ไอ้ศุภ อยู่ด้วย สรุปคือมีคนเพิ่มมาอีก....แต่สิ่งที่เห็นอยู่บนโต๊ะซิที่ทำให้ผมเซ็งเอามากๆ มันคือจานใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำมันพืช แปลว่ามันทำอะไรกินกันแล้วก็หมดไปแล้วด้วย.-*- เซ็งครับเซ็ง..ผมเลยนั่งซดโซบะที่ไปซื้อที่ตีนเขาแทน.ส่วนไอ้รอง(เพื่อนสนิทผมเลยคนนี้)มันนั่งหัวเราะพร้อมกับบอกว่าก็ไม่ได้กินเนื้อติดมันที่พวกมันทำว่ะ.กูแดรกเนื้อไม่ได้...รองมันเลยมากินโซบะกับผม...พอผมนั่งทานเสร็จก็เอากล่องโซบะไปทิ้งในห้องครัว.สิ่งที่ผมเห็นในถังขยะในห้องครัวนั้น.ทำให้ผมตกใจเล็กๆ.มันเป็นเศษพลาสติกสีน้ำตาลเงาที่ห่อเนื้อติดมันที่พวกมันทำกินกัน...ผมหัวเราะในใจเล้วเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น...แล้วถามพวกไอ้โต้งที่กำลังเล่นWinning(เกมส์ฟุตบอลของPlay Station)ว่า...เฮ้ย!!!พวกมึงเอาเนื้อที่ไหนมาทำกินกันว่ะ.กูจำได้ว่าตอนไปซื้อของที่ China Town กับพี่ถั่ง แกไม่ได้ซื้อเนื้อมานิหว่า...ไอ้โต้งในตอนนั้นเรียนภาษาอยู่ระดับสูงกว่าผม บอกออกมาจากปากมันว่า กูไม่รู้ว่ะ กูสั่งไอ้ตาวให้ไปทำ มันทอดๆ ปิ้งๆ ย่างๆ เก่ง.กูทำไม่เป็น.เลยให้มันทำ.ขอบอกเลยมึงอร่อยสัด555+ อดแดรกหล่ะซิมึง...ผมเลยหันไปถามไอ้เด็กเปรตตาวว่า   เฮ้ย!!!ใช่ไอ้นี้ใช่ไหมที่มึงเอาไปทำ?พร้อมโชว์ห่อพลาสติกที่ห่อเนื้อในถังขยะให้มันดู.แค่นั้นหล่ะครับไอ้ศุภหน้าเสียพร้อมแย่งไอ้ตาวพูดก่อนเลยว่า มึงอย่าบอกนะว่ามึงเอาไอ้นั้นทำไอ้ตาว!!!! ...ไอ้ตาวได้แต่ทำเสียอ่อยๆพูดออกมาว่า ผมทำอะไรผิดหรือครับพี่. แค่นั้นหล่ะครับไอ้รองกับผม หัวเราะสนั่นห้องนั่งเล่นประจวบกับพี่ถั่ง พี่หใญ่ของเรากลับมาพอดี แกได้ยินแต่เสียหัวเราะ แกเลยถามว่าพวกมึงหัวเราะห่าไรกันเล่าให้กูฟังด่วน แมร่งมีเรื่องตลกไม่เล่าให้กูฟังมีโดนเตะแน่....ไอ้รองเลยเล่าให้พี่ถั่งฟังว่า  พี่ถั่งไอ้ตาวมันหิวมันไปเอาอาหารของซินดี้กับกองโต้ มาทำกิน.555555555+ แค่นั้นหล่ะครับ ฮากันทั้งห้องวินนงวินนิ่งเลิกเล่นมาดูห่อพลาสติกในมือผมกันใหญ่..พี่ถั่งยืนขำอยู่พักนึงแล้วพูดว่า กูเข้าใจนะว่ามึง ไอ้ตาว มึงกำลังเรียนภาษาอยู่ แต่ไอ้ตัวหนังสือเหลืองๆอมทองตัวใหญ่ๆตรงนี้นะ มึงอ่านไม่ออกจริงๆหรือว่า มันเขียนออกจะตัวใหญ่..แค่นั้นหล่ะครับ ทั่งไอ้โต้ง กับไอ้ศุภ วิ่งไล่เตะไอ้เด็กเปรตตาวทั่วบ้าน.5555+ แล้วพี่ถั่วก็พูดสั้นๆว่า แมร่งแดรกกันหมดด้วยนะ...รีบเลยมึงคนไหนที่แดรกเข้าไปรีบไปซื้อมาใหม่ก่อนที่นกมันจะรู้..มีโดนด่ากันแน่
 
        คงจะอยากรู้ใช่ไหมครับว่า ไอ้ตัวหนังสือเหลืองๆอมทอง มันเขียนว่าอะไร. มันเขียนว่า Pet food for dog only.
และซินดี้กับกองโต้คือลูกหมาพันธ์ พูดเดิ้ลกับพันธ์ยอกเชียร์เทอเรียย์ของพี่นก.5555+
 
            ข้อความจาก Hyperlife : ก็อยากจะให้เห็นหน้า ไอ้โต้ง กับ คนอื่นๆในตอนนั้นมากครับ แต่ที่จดจำในสมองของผมได้ก็มีแต่ความสนุกและทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ก็อดยิ้มไม่ได้. ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
January 15

Chapter 16 ทำไม...หัวใจ...ถึงเอียงซ้าย

ทำ ไ ม ...หั ว ใ จ ...ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ?? 

 
เ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย

ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า

ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย 

แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี

น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น 

คิ ด ดู แ ล้ ว . . หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น 
บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น
 
จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย - ข ว า อ ย่ า ง 

แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . . 

แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น

อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น

แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ?

บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ
 
ใ ค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . .

หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง

แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น
 
ข้อความจาก Hyperlife : ขอโทษทีครับพอดีช่วงนี้ไม่ค่อยมีเรื่องของตัวเองมาเล่าให้ฟัง Chapter หน้าจะนำเรื่องขำๆ สมัยอยู่เมืองนอกมาเล่าให้ฟังกันนะครับ/ส่วนChapterนี้.ผมได้ Mail จาก น้องมนต์.Thxจ๊ะ พี่ชอบมากๆ